โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่

267

โรคไข้หวัด (Common cold) สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไรโนไวรัส (Rhinoviruses) มากถึง 30-80% และโคโรน่าไวรัส 10-20% และรวมถึงไวรัสชนิดอื่นๆกว่า 200 สายพันธุ์ที่มีผลทำให้เกิดโรคหวัด ส่วนไข้หวัดใหญ่(Influenza) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Influenza virus โดยการเกิดโรค และการแพร่ระบาดเกิดผ่านการสัมผัส และเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ปาก ตา ซึ่งเชื้อเหล่านี้อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยที่ไอจามออกมา และการสัมผัสกับภาชนะหรือเครื่องนุ่งหุ่มต่างๆที่มีเชื้อโรคนี้ปะปนอยู่ โรคนี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายในบริเวณพื้นที่ที่มีคนแออัด และมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก โดยโรคชนิดนี้มักเกิดกับเด็กมากที่สุด

advertisement

ไข้หวัด

อาการ
อาการของไข้หวัดจะเริ่มจากการมีไข้ ตัวร้อน ปวดเมื่อย รู้สึกอ่อนเพลีย หนาว ปวดศรีษะ ไอ จาม เจ็บหรือแสบคอ และมีน้ำมูก มีเสมหะซึ่งอาจจะไม่มีสีหรือมีสีเขียว สีเหลือง ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกถึงภาวการณ์ติดเชื้อ โดยเป็นอาการเบื้องต้นของคนที่เป็นไข้หวัดธรรมดาที่อาการจะไม่รุนแรงหนัก ในส่วนคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดาแต่จะมีอาการ ที่รุนแรงกว่าถึงขนาดผู้ป่วยสามารถช็อคได้ ได้แก่ อาการตัวร้อนจัด หนาวสั่น และมีอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรง ปวดตัวกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อกระดูก และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย แต่หากผู้ป่วยมีการรักษาสุขภาพ และการกินยาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยก็มักจะหายภายใน 3-7 วัน แต่ในระยะของการเกิดโรคจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง และมักเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาด้วย ได้แก่ โรคปอดบวม หลอดลมอักเสบ เป็นต้น ซึ่งโรคที่แทรกซ้อนเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อคนตั้งครรภ์ คนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ โรคปอด โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่ำ โรคธาลัสซีเมีย โรคลมชัก ซึ่งมีส่วนส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ต่ำลง และการเพิ่มความรุนแรงของโรคต่างๆเหล่านี้ด้วย

การป้องกัน และรักษาตัวเองเบื้องต้น
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสและคลุกคลีกับผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสภาชนะเครื่องใช้หรือเครื่องนุ่งห่มของผู้ป่วยหรือการใช้สิ่ง ของต่างๆร่วมกับผู้ป่วย เช่น จาน ชาม ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น
2. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือน้ำสะอาดอยู่เสมอก่อนมีการรับประทานอาหาร
3. มั่นทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้หรือเครื่องนุ่งห่มอยู่เสมอ
4. ขณะที่มีการระบาดของโรค ควรหลีกเลี่ยงสถานที่มีมีคนแออัดหรือมีผู้ป่วยโรคนี้อยู่
5. มั่นดูแลสุขภาพด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
6. สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการป่วยควรกินยาให้สม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการตากแดด การทำงานหนักหรือการอยู่ในสถานที่ที่มีอาการเย็นหรือหนาวจัดซึ่งอาจทำให้ อาการของโรครุนแรงขึ้น
7. เมื่อเริ่มมีอาการไข้หวัดใหญ่ควรดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้มาก ถ้าตัวร้อนมากให้ใช้น้ำอุ่นเช็ดตัว และถ้าอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการไอมากขึ้น มีอาการแน่นหน้าอกเกิน 2 วัน ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคเรื้อรังประประตัวดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากมีการกำเริบของโรคประจำตัวในขณะเป็นโรคหวัดนี้

advertisement