การล้างผัก และผลไม้

268

ผักหรือผล ไม้ทุกวันนี้เป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับคนที่อาศัยในเมืองหรือแม้กระทั่ง คนในชนบท ที่จะต้องหาซื้อในท้องตลาดมารับประทานกัน แต่จากการสำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในผักหรือผลไม้ที่วางขายในท้องตลาดมักจะมีสารยาฆ่าแมลงหรือสารกำจัดวัชพืชปนมาด้วย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหากมีการสะสมในร่างกายในปริมาณที่มาก ซึ่งโดยปกติสารเคมีหรือสารพิษตกค้างมักมีการเกาะอยู่ตามผิวชั้นนอกของผักผลไม้ ซึ่งสามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่า แต่หากมีการเกาะในชั้นใต้ผิวหรือสารเคมีเหล่านั้นมีความเข้มข้นสูงหรือล้างด้วยน้ำเปล่าได้ไม่ดีก็จำเป็นต้องใช้ตัวช่วยในการล้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ดังนั้นแล้ว ป้องกันหรือลดสารดังกล่าวควรมีวิธีการป้องกันหรือลดสารพิษ ก่อนที่จะนำผักหรือผลไม้เหล่านั้นมารับประทาน ซึ่งได้แก่ยาฆ่าแมลงในผัก

advertisement

1. การล้างผักด้วยน้ำสะอาด หลายๆครั้ง จะสามารถลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ถึงร้อยละ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่สามารถลดสารเคมีตกค้างได้มากนักหากสารเคมีมีการเกาะติดในชั้นในของผักหรือผลไม้

2. การล้างผักด้วยน้ำยาล้างผัก จะสามารถลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ถึงร้อยละ 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ตามท้องตลาด แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะเราสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้แทนได้

3. การล้างผักด้วยน้ำส้มสายชู โดยการละลายน้ำส้มสายชูในน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 หรือในอัตราส่วนตามที่ต้องการจะช่วยลดปริมาณสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ได้

4. การล้างผักด้วยน้ำปูนใส ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย และมีราคาถูก ซึ่งเราสามารถหาซื้อปูนใสหรือปูนเคี้ยวหมากที่คนโบราณใช้เคี้ยวหมากมาทำการละลายน้ำในอัตราส่วนตามต้องการ แต่ไม่ควรใช้ปูนใสมากหรือทำการแช่ผักหรือผลไม้นานเกินไป เพราะจะทำให้ผักหรือผลไม้มีเนื้อแข็งได้

5. ล้างผักด้วยโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ซ้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 กะละมัง แล้วแช่ผัก จะช่วยลดปริมาณสารเคมีตกค้างได้ถึงร้อยละ 50

6. การล้างผักผลไม้ด้วยสารละลายคลอรีนเป็นวิธีที่สามารถลดสารเคมีตกค้างได้ดีวิธีหนึ่ง แต่ไม่ค่อยนิยมกันนัก เพราะสารเคมีดังกล่าวมีราคาแพง และไม่สามารถหาซื้อได้ในตลาดทั่วไป แต่ก็มีข้อดีอีกอย่างคือการล้างด้วยคลอรีนสามารถฆ่าเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ ที่ให้โทษได้ไปในตัวนั่นเอง

7. การล้างผักด้วยน้ำเกลือ เป็นวิธีการง่ายๆที่ไม่ยุ่งยากเนื่องจาดเกลือมักหาได้ง่ายและมักมีอยู่ใน ครัวเรือนเกือบทุกหลังอยู่แล้ว วิธีการด้วยการละลายเกลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะในน้ำสะอาด 1  ถัง จากนั้น นำผักหรือผลไม้ลงแช่ประมาณ 2 นาที แล้วนำมาล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้งก่อนนำมารับประทานหรือปรุงอาหาร ข้อควรระวังคืออย่าแช่ผักนาน เพราะอาจทำให้ผักหรือผลไม้เค็มได้นะครับ

ที่สำคัญ ก่อนปรุงหรือรับประทานควรปอกเปลือกชั้นนอกของผักออกเสียก่อน เช่น กะหล่ำปลี ควรลอกใบนอกออก 3-4 ชั้น เพราะใบชั้นนอกอาจมีสารเคมีตกค้างอยู่หรือผลไม้ที่มีเปลือกนอกก็ควรปลอกเปลือกออกเสียก่อน ที่สำคัญในหลักการเบื้องต้นคือควรเลือกซื้อผักและผลไม้ที่ปลอดจากสารเคมีตกค้างเป็นสำคัญ

advertisement